เคล็ดลับขับขี่ปลอดภัย เมื่อเดินทางในหน้าฝน

0 Comments

ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1

ตอนนี้ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่หน้าฝนแล้ว จะเห็นได้ว่าเริ่มมีฝนตกระหว่างวันในหลาย ๆ พื้นที่ มีน้ำท่วมถนนบ้างในพื้นที่ที่ต่ำกว่าระดับน้ำ และในช่วงเวลาที่ฝนตกแบบนี้ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยงในการขับขี่รถยนต์ให้มากขึ้นอีกด้วย อย่างที่ใคร ๆ เห็นว่าอุบัติเหตุทางรถยนต์ที่เกิดขึ้นได้บ่อยก็มักจะมาจากการขับขี่ในช่วงเวลาที่ถนนลื่นมาก ๆ จนไม่สามารถควบคุมรถยนต์ได้ จนเกิดความเสียหายขึ้น แต่ถ้ารถยนต์คันที่เกิดอุบัติเหตุนั้นมีความคุ้มครองจากประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 ช่วยดูแล ก็จะช่วยบรรเทาปัญหาต่าง ๆ ลงได้

เชื่อว่าผู้ขับขี่ยานยนต์ทุกคนคงไม่มีใครต้องการให้รถยนต์ของตนเองต้องประสบเหตุการณ์ไม่คาดฝัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กหรือใหญ่ แม้ว่าจะทำประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 เอาไว้แล้วแต่การที่ไม่เกิดเหตุใด ๆ และทุกคนยังเดินทางถึงจุดหมายได้อย่างปลอดภัย บทความนี้จึงขอหยิบเอาเคล็ดลับการขับขี่ในช่วงหน้าฝนมาฝากกัน

เข้าหน้าฝนแล้ว ขับขี่ยังไงให้ปลอดภัย

  • ระวังพื้นถนนที่เปียก

ช่วงเวลาหลังจากฝนตก มักจะมีคราบน้ำมันจากรถยนต์ที่ตกค้างบนพื้นถนนนั้นก่อตัวขึ้นมาใหม่และทำให้พื้นถนนลื่นยิ่งขึ้น ซึ่งคราบน้ำมันจากรถยนต์มักจะมีปริมาณสะสมมากบริเวณสี่แยกหรือไฟจราจรที่รถยนต์จำนวนมากไปจอดเพื่อหยุดรอ เพราะฉะนั้น แม้ว่าฝนจะหยุดตกแล้ว แต่คุณยังคงต้องขับรถอย่างระมัดระวังมากยิ่งขึ้นเพื่อหลีกเลี่ยงอันตรายจากการลื่นไถลเพราะคราบน้ำมันบนพื้นถนนโดยเฉพาะจุดดังกล่าว

  • เลี่ยงเส้นทางที่มีน้ำขัง

เมื่อฝนตกหนักจึงทำให้บางพื้นที่ที่มีท่อระบายน้ำน้อยอาจระบายน้ำออกไปไม่ทัน จนทำให้เกิดน้ำท่วมและน้ำขัง โดยเฉพาะในพื้นที่ราบลุ่มที่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเล ก็มีโอกาสที่น้ำจะท่วมสูงกว่า และเมื่อน้ำท่วมบนพื้นถนน ก็ทำให้ยากต่อการมองเห็นพื้นถนน และประเมินความลึกของน้ำได้ยากเช่นกัน ซึ่งเป็นสิ่งที่อันตรายเพราะเราไม่ทราบว่าสภาพพื้นถนนที่เรากำลังขับขี่อยู่นั้นเป็นอย่างไร และหากน้ำเข้าไปยังท่อไอเสียและเครื่องยนต์แล้วนั้น แน่นอนว่าจะส่งผลให้รถยนต์ของคุณดับและมีปัญหาได้ หากรถยนต์มีปัญหาเพราะน้ำท่วมก็สามารถเคลมประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 เพื่อรับเงินชดเชยความเสียหายได้ (ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของบริษัทฯ)

  • ลดความเร็ว

ควรที่จะลดความเร็วในการขับขี่ขณะฝนตก เนื่องจากเมื่อฝนตก จะทำให้ระยะการเบรกนั้นยาวขึ้น สาเหตุเพราะพื้นถนนที่เปียก ทำให้ลื่นและอันตราย รวมถึงทำให้รถยนต์เกิดอาการเหินน้ำได้อีกด้วย เพราะฉะนั้นวิธีที่ดีที่สุดคือการลดความเร็วในการขับขี่ ไม่ว่าจะน้ำท่วมหรือไม่ท่วมก็ควรระมัดระวังในเรื่องนี้ให้มาก

  • แก้ปัญหาเมื่อรถติดหล่ม

การขับรถติดหล่มแล้วไม่สามารถขึ้นมาได้ การพยายามเร่งเครื่องเพื่อให้รถยนต์ออกมาจากหล่มอาจทำให้ผ้าเบรกเกิดความเสียหาย และผ้าเบรกหยุดทำงานหรือไม่สามารถใช้งานได้อีกเลยก็เป็นได้ ซึ่งก่อให้เกิดอันตรายต่อคุณเองรวมถึงผู้ขับขี่บนท้องถนนอีกด้วย เพราะฉะนั้น ถ้าหากขับรถตกหล่มหรือแอ่งน้ำ แนะนำว่าให้ค่อย ๆ เหยียบเบรกเพื่อเพิ่มความร้อนและการเสียดสีให้ผ้าเบรกแห้ง

การขับขี่ยานยนต์ให้ปลอดภัยนั้นขึ้นอยู่กับความมีสติและทักษะในการขับขี่ของผู้ขับขี่ร่วมด้วย หากขับขี่อย่างระมัดระวังและอยู่บนพื้นฐานของการเคารพกฎจราจร ก็มั่นใจได้ระดับหนึ่งว่าความเสี่ยงจะลดน้อยลง ที่สำคัญ เลือกประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 ความคุ้มครองดี ๆ เอาไว้สักกรมธรรม์ ก็เป็นอีกสิ่งที่จะช่วยเพิ่มความอุ่นใจในการขับขี่ทุกเส้นทางได้